สายฝน บุญทาหอม
เจ้าของธุรกิจ

“เราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ถ้าตอนนั้นที่ตลาดลง เรากล้าลงเงินมากกว่านี้ วันนี้ก็จะได้เห็นพอร์ตบวกมากกว่านี้อีก”
Thematic Optimize ผลตอบแทน +17.60% (9 พ.ค. 65 – 21 พ.ย.67)
รีวิว Jitta Wealth
ก้าวออกจากเซฟโซนเพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ตเติบโต
เหตุผลแรกที่ทำให้คุณยอมก้าวออกจากเซฟโซนคืออะไร…
หากถามคำถามนี้กับคุณสายฝน บุญทาหอม เจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่ในอดีต เคยแต่จะเก็บเงินไว้กับสลากออมทรัพย์และประกันชีวิตมาโดยตลอด
คำตอบที่ได้คือ การได้สัมผัสคำว่า “เงินเฟ้อ” อย่างชัดเจนด้วยตัวเอง และนั่นทำให้เธอกล้าเริ่มต้นเปิดรับความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุน และที่สำคัญคือเป็นการออกไปลงทุนในต่างประเทศกับ Jitta Wealth โดยเธอได้ลงทุนใน Thematic Optimize ที่สร้างผลตอบแทนให้เธอได้ถึง +17.60% (ตั้งแต่ 9 พ.ค. 2565-21 พ.ย. 2567)
“เงินเฟ้อกัดกิน” แรงบีบให้เริ่มต้นลงทุน
คุณสายฝนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจลงทุน มาจากการติดตามรายการการลงทุนที่เธอชื่นชอบ และมีการพูดถึงเรื่องมูลค่าเงินที่ลดลงจากเงินเฟ้อ เธอเห็นเป็นจริงจากราคาสินค้าที่จ่ายไปแต่ได้ของกลับมาน้อยลงทุกวัน แม้จะรู้สึกกลัวที่จะโยกเงินออกจากสลากออมทรัพย์ที่มีความมั่นคง แต่เธอรู้ดีว่านี่คือทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เงินของเธอเติบโตเพิ่มขึ้นได้ และยังเป็นการกระจายเงินลงทุนอีกด้วย ทำให้เธออยากลองก้าวข้ามความกลัวมาสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นบ้าง
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณสายฝนกล้าตัดสินใจก็มาจากการได้ฟังวิสัยทัศน์ของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ซีอีโอ Jitta Wealth ที่ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องที่เธอติดตามอยู่ ทำให้คุณสายฝนรู้สึกเชื่อมั่นและยังสัมผัสได้ถึงความความจริงใจที่มีต่อนักลงทุน เพราะการไปลงทุนต่างประเทศเองในเวลานั้นก็ถือว่ายังทำได้ยาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนอย่างเธอ
เปิดพอร์ต Thematic Optimize ให้ AI ช่วยลงทุน
และเพราะไม่รู้จะลงทุนอะไรดี คุณสายฝนจึงลงทุนใน Thematic Optimize เป็นพอร์ตแรก เพราะมี AI เลือกธีมการลงทุนและปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ หลังจากเปิดพอร์ตแล้ว หน้าที่เดียวที่คุณสายฝนทำคือการเติมเงินเข้าพอร์ตตลอดเวลาเพื่อ DCA ไปเรื่อย ๆ
“สิ่งที่ทำคือใส่เงินไปอย่างเดียว และ DCA ไปเรื่อย ๆ พยายามทำให้สม่ำเสมอแต่สัดส่วนเงินไม่เท่ากัน แล้วแต่จังหวะเงิน เพราะเราไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน เงินเข้ามาไม่เท่ากันตายตัวและใช้หลายทาง ค่าใช้จ่ายเราเหวี่ยงไปมา ช่วงไหนมีเงินเหลือก็ลง แต่จะพยายามลงทุนเดือน เราก็ถือว่า เป็นเงินเก็บออม อนาคตผลเป็นยังไงไม่รู้ เพราะตลาดมีขึ้นลง”
บททดสอบจิตใจมือใหม่ – พอร์ตติดลบ 10%
และเพราะเป็นมือใหม่ ในช่วงแรกคุณสายฝนเข้ามาดูพอร์ตเกือบทุกวัน และแน่นอนว่า เธอถูกรับน้องเบา ๆ ตลาดลงทุนในปี 2566 ที่ผ่านมา ไม่ได้น่าพิศมัยนัก พอร์ตของเธอดิ่งหนักติดลบไปถึง 10% ท้าทายจิตใจของนักลงทุนมือใหม่อย่างเธอค่อนข้างมาก
“ตอนที่ตลาดดิ่งมาก ก็สตั้นไปอยู่ พอร์ตเคยลบ 10% กว่าๆ ก็เริ่มเสียว เพราะมันลงเรื่อยๆ แต่พอได้ฟังคุณเผ่าพูดเรื่องตลาดมีขึ้นมีลง ใครอยู่ในตลาดนานก็ต้องผ่านแต่ละ cycle ของหุ้น ก็โอเคลองมั่นใจกับคุณเผ่าดู ด้วยการแข็งใจเติมพอร์ตในช่วงที่หุ้นดิ่งเยอะ ๆ ทยอยลงไป ยอมรับว่าทำเป็นใจกล้าแต่ขาสั่นจนผ่านวิกฤติมาได้”
ผลลัพธ์ที่ได้คือเมื่อตลาดที่ลงไปมาก ๆ กลับมาฟื้นตัวได้ Thematic Optimize ของเธอก็เป็นบวกให้เธอ “ใจฟู” ได้อีกครั้ง เธอจึงมั่นใจว่า การเติมพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้พอร์ตกลับมาทำกำไรได้จริง
เปิดรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เมื่อมีความรู้การลงทุน
การเรียนรู้วัฏจักรของตลาดในครั้งนั้นทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น ในช่วงที่กลับมาเจอวัฏจักรขาลงอีกครั้งอย่างในช่วงนี้ ทำให้ความกลัวไม่มากเท่าครั้งก่อน ทุกวันนี้เธอเลือกที่จะไม่เปิดดูพอร์ตบ่อยเท่าช่วงแรกแล้ว
“ตอนนี้จิตใจเข้มแข็งขึ้น หากมีเงิน ตอนตลาดขาลง ก็จะใส่เยอะกว่าตอนที่เป็นขาขึ้น เพราะหากมองให้เป็นโอกาส ตอนที่ตลาดลง เราก็ได้ซื้อหุ้นราคาถูก เพราะเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ถ้าตอนนั้นที่ตลาดลง แล้วเรากล้าลงเงินมากกว่านี้ วันนี้ก็จะได้เห็นพอร์ตบวกมากกว่านี้อีกนะ”
คุณสายฝนตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่า หากไม่มีปัญหาที่ต้องใช้เงินจริง ๆ เงินลงทุนก้อนนี้ก็จะเป็นการลงทุนระยะยาว เพราะหวังให้เป็นเงินเกษียณ และนอกจาก Thematic Optimize แล้ว คุณสายฝนก็ได้เปิด Global ETF มาอีกพอร์ตเพื่อลงควบคู่กันไป และทุกครั้งที่เพิ่มทุนก็จะเติมเงินเข้ามาทั้ง 2 พอร์ตพร้อม ๆ กัน แต่เลือกที่จะใส่เงินใน Global ETF ให้มากกว่า เพื่อให้พอร์ตมีสัดส่วนใหญ่ขึ้นไล่ตาม Thematic Optimize ที่เปิดมาตั้งแต่แรก ครั้นเมื่อถามถึงพอร์ตลูกรัก นักลงทุนที่อยู่ในเซฟโซนมาตลอดอย่าง คุณสายฝนก็ยังยกให้กับ Thematic Optimize เป็นพอร์ตลูกรัก
“เราชอบ Thematic Optimize เพราะเวลาบวกก็บวกเยอะ กำไรมันก็ล่อตาเรา พอตลาดขึ้นก็มีโอกาสที่กำไรจะเยอะ ให้ตื่นเต้นบ้าง เรามั่นใจใน Thematic Optimize เพราะส่วนใหญ่เป็นธีมธุรกิจเกิดใหม่ ในโลกปัจจุบันน่าจะยังเห็นธุรกิจนี้เติบโตไปอีกยาว เป็นเทรนด์ของโลกที่น่าจะไปต่ออีกพักใหญ่”
หลังจากลงทุนกับ Jitta Wealth คุณสายฝนก็กล้าออกไปลงทุนมากขึ้น เธอลองเปิดพอร์ตหุ้นรายตัวตามมา แม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องหุ้นมากนัก แต่ก็ใช้ประสบการณ์จากการลงทุนใน Thematic Optimize เป็นหลัก เธอเลือกที่จะลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในตลาดมานาน ธุรกิจมั่นคง หลีกเลี่ยงหุ้นที่กระแสแรง ๆ หรือหุ้นปั่น และรอจังหวะที่ตลาดดิ่ง ราคาหุ้นลงจริง ๆ ค่อยเข้าไปซื้อ
สร้างสมดุลให้พอร์ต ด้วยการกระจายความเสี่ยง
การเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องบริหารเงินตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถคาดเดาเม็ดเงินที่จะเติมพอร์ตได้ชัดเจนหรือเท่ากันในทุกครั้ง คุณสายฝนจึงไม่ได้จัดสรรสัดส่วนการลงทุนที่ชัดเจนว่าจะอยู่ที่เท่าไร ยึดหลักเพียงว่าต้องกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล Core Port อย่างสลากออมทรัพย์ที่ไม่มีความผันผวนจะยังเป็นพอร์ตหลักที่มั่นคงปลอดภัย และจะยังเป็นสัดส่วนหลัก ส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่อาจจะมีปัจจัยความผันผวนอยู่ แต่ก็ช่วยให้พอร์ตเติบโต ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน และเอาชนะเงินเฟ้อได้ ก็ต้องคอยเติมเงินให้เติบโตไปด้วยกัน
“จากที่ลงทุนในเซฟโซนมาสู่สินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้นอย่างหุ้นต่างประเทศ ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร เราได้เรียนรู้การลงทุนที่เสี่ยงขึ้น ซึ่งก็พอรับได้ ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงิน ความรู้สึกตอนนี้คือพยายามมองยาว ๆ ดีกว่าเพราะหากเรามัวแต่กลัวช่วงสั้นก็จะตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย”






